Friday, June 09, 2006

Waiting Game

I have headache today. Actually, I have been feeling down for a couple of days. Nothing lasts forever in this world. Time changes and everything in your life can change also.

Right now, what I have to do is waiting. We are in waiting game but we are not desparate.

Saturday, April 29, 2006

เช้าวันเสาร์

10:08 AM: วันเสาร์ วันนี้มาทำงาน ท่าทางไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ (หวังว่า) เมื่อวานนี้ว่างมากๆ ไม่ยุ่งเลย แทบจะไม่ได้ตอบคำถามอะไร อย่างนี้นี่เอง บางแห่งเขาถึงลดจำนวนบรรณารักษ์อาชีพลง แต่เทรนคนที่พอมีพื้นฐานมานั่งตอบคำถาม ถ้าตอบไม่ไ้ด้ค่อยโยนให้บรรณารักษ์ จริงๆห้องสมุดสาธารณะ คำถามไม่ยากเท่าไหร่ ถ้าเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัย จะยากกว่านี้ ต้องใช้ทักษะมากกว่า บรรณารักษ์ห้องสมุดสาธาีรณะส่วนใหญ่ ก็จะทำงานอยู่เบื้องหลัง เกี่ยวกับการจัดการเสียมาก อย่่างที่ Gwinnett County, Georgia ที่นั่นถ้าเป็นห้องสมุดสาขาก็จะมีบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดแค่คนเดียว ส่วนพวกให้ข้อมูลก็จะเป็น paraprofessional คือจบปริญญาตรี แล้วก็เทรนด้านการให้บริการข้อมูล ถ้ามีปัญหาหนักหนาเกินความสามารถก็ค่อยส่งต่อไปยังบรรณารักษ์

เมื่อกี้มีคนโทรศัพท์มาถามคำศัพท์ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่า มันคือ crack up to be or cook up to be ฮืมม...คือเขายังไม่แน่ใจเลยว่า มันควรเป็นคำว่าอะไร เรารู้แต่คำว่า cook up / crack up ก็พอเข้าใจอยู่ แต่ถ้ามีคำว่า to be ด้วยนี่ แล้วเอามันมาทั้งคำ มันก็หายากอ่ะ พอถามว่าไปจำคำนี้มาจากไหน เขาก็คล้ายๆกับว่า ไม่พอใจ แล้วไม่เข้าใจที่เราถาม แล้วบอกว่า จะโทรไปถามห้องสมุดอื่น Then she said "They may know right of the batch." Umm...that's fine with me too. ดูคล้ายกับว่า ฉันเป็นบรรณารักษ์ที่ไม่เอาไหนเลย ตอบคำถามไม่ค่อยจะได้ เฮ้อ...ก็ไม่ใช่้ภาษาแม่ตรูนี่หว่า จริงๆแล้วเราเหมือนไม่มีความพยายามแก้ปัญหาเลย น่าจะให้เขารอสาย แล้วก็เดินไปถามคนอื่น หรือไม่ก็เดินไปเปิดดิค อย่างนี้ทำให้ห้องสมุดเสียชื่อเสียงนะ

ไปตั้งใจทำงานดีกว่า บันทึกแค่นี้ละ

11:41 AM: รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย หลังจากอารมณ์ดาวน์ที่ตอบคำถามง่ายๆไม่ได้ ที่บอกว่าง่ายๆก็คือ แค่เดินไปหยิบดิค แล้วถ้าลองถามเขาว่าตัด to be ออก ความหมายคืออะไร เฮ้อ...ทำไมเราคิดช้าและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ค่อยเก่งเลย ต้องปรับปรุงอย่างมาก โอเค ที่บอกว่ารู้สึกดีขึ้นก็คือ ได้ช่วยลูกค้าค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนักเขียน และอธิบายเรื่องการใช้ Database: Literature Resource Center ซึ่งเป็นดาต้าเบสที่ดีมากๆในแง่ที่จะค้นคว้าเกี่ยวกับประวัตินักเขียน วิเคราะห์งานวรรณกรรม อธิบายการใช้ วิธีการล็อคอินเข้าดาต้าเบสให้เขา ซึ่งเป็นสายงานที่ถนัดนะ เราถนัดเรื่อง Electronic Resources มากที่สุด เป็นฟิลด์ที่เป็นจุดแข็งของเราก็ว่าได้ เพราะทำห้องสมุดมหาวิทยาลัยมาก่อน และที่นั่นต้องใช้เยอะมากๆ

แล้วก็สามารถช่วยหาหนังสือให้ลูกค้าได้เกี่ยวกับ Bankruptcy ทำให้รู้สึกดีขึ้นว่า เราก็ไม่แย่เสียทีเดียว มีทั้งที่ทำได้ และทำไม่ได้นะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรหาจุดบกพร่องแล้วก็แก้ไข อุดรูรั่วของเราซะ เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพ จะอ้างว่าเป็น บรรณารักษ์ใหม่ ไปตลอดชีวิตไม่ได้นะ อย่าลืม

Friday, April 28, 2006

บันทึกการเขียนนิยาย

สัปดาห์นี้ ยังเขียนนวัต บทที่ ๑๒ ไม่จบเลย เขียนค้างมาหลายวันแล้ว ตอนกลางคืนบางคืนก็ไม่มีสมาธิเขียนเลย มัวแต่อ่านโน่นนี่ในเน็ต ตั้งใจว่าจะจัดระเบียบเวลาการเขียนใหม่ คือ เขียนตอนกลางคืนตั้งแต่ ๓ ทุ่มเป็นต้นไป หลังจากลูกหลับแล้ว แต่ก็นอนดึกมากไม่ได้ เพราะน้องธีร์ตื่นเช้ามาก ตี ๕ ก็ตื่นแล้ว ถ้านอนดึกมากแม่ก็ตื่นไม่ไหวเหมือนกัน

ส่งเรื่อง "มีคู่เสียที ดีไหม" (กิ่งแก้ว) บทที่ ๒ ไปให้หน่อยอ่าน หน่อยบอกว่าขำดี และชอบมาก เราก็ดีใจที่เพื่อนผู้เป็นเหมือนบ.ก.ส่วนตัวชอบ คงต้องตั้งเป้าหมายแล้วว่า จะเขียนให้เสร็จเมื่อไหร่

วางพล็อตคร่าวๆเรื่อง "24/7 รักเธอไม่เว้นวัน" เอาไว้ในใจแต่ยังไม่ได้เขียนลงสมุดเลย ยังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาประเด็นไหนดี มันเยอะแยะไปหมด อยากหาเรื่องที่พอเทียบกับการเมืองไทยได้

มีเรื่องย้อนยุคสมัยพ่อแม่ยังหนุ่มสาว ที่อยากเขียนอีก อันนี้ยังคิดธีมไม่ได้ว่า จะนำเสนออะำไรดี แต่นึกสนุกอยากเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์มันของพ่อแม่ ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา มีหลายอย่างที่ต้องฝ่าฟันร่วมกัน ฝันร่วมกัน แล้วก็ทะเลาะกันรุนแรง แต่สิ่งที่พ่อแม่มีให้กันคือ ความรักความผูกพัน ซึ่งถึงแม้จะทะัเลาะกันแทบเป็นแทบตาย แต่พ่อแม่ก็ร่วมกันสร้างครอบครัว และอยู่ด้วยกันกระทั่งทุกวันนี้ แต่ต้องยอมรับในความอดทนของแม่อย่างมาก ถ้าแม่ไม่อดทน เราก็คงกลายเป็นเด็กบ้านแตกเหมือนกัน ผู้หญิงรุ่นแม่ มักจะคิดและเป็นอย่างนี้ละ รักเดียวใจเดียว หากแต่งกับใครแล้ว ก็อยากอยู่กันจนตาย เรื่องหย่าร้างมีน้อยกว่าปัจจุบันมาก แต่ความจริง คนที่แยกทางกันรุ่นแม่ก็คงเยอะเหมือนกันนะ เขียนๆเอาไว้เผื่อจะคิดธีมออก นึกถึงเรื่อง "ราตรีประดับดาว" ของ ว. วินิจฉัยกุล คงต้องหยิบมาอ่านอีกรอบ เผื่อจะได้ไอเดียในการเขียนเรื่อง เพราะคิดว่าธีมเกี่ยวกับครอบครัวน่าจะคล้ายๆกัน อืมม์...ไม่ใช่การลอกนะ เรียกว่าเอาเป็นแนวทางดีกว่า เพราะไม่ได้เขียนเรื่องยุคนั้น แล้วก็พล็อตไม่เหมือนเลย เพียงแค่นำเสนอเกี่ยวกับครอบครัว การนอกใจของสามี คล้ายๆกันเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปนะ

ยังมีโครงการเรื่องสั้นอีก ที่ต้องเขียนเพิ่มอีกอย่างน้อย ๘ เรื่อง ไม่รู้จะทำได้มั้ย ว่าจะเขียนอีเมลล์ไปถามบ.ก.หน่อยว่า โทนของเรื่องจะให้เป็นแนวทางเดียวกันหมด หรือว่า ให้มีเรื่องหลากหลาย แต่ธีมไปในทางเดียวกัน

มีเรื่องที่อยากเขียนเยอะมาก แต่ไม่มีเวลาพอ...ไหนจะทำงานนอกบ้าน ทำงานบ้าน (อันน้อยนิด...บ้านสกปรกรกจนจะเป็นคอกหมูแล้ว) จริงๆ ถ้าจัดดีๆก็พอทำได้นะ แต่มีความเป็นระเบียบน้อยมาก เฮ้อ...เบื่อตัวเอง บ่นแค่นี้พอละ

วันนี้พิมพ์จากที่ทำงานโดยใช้วิธีพิมพ์ทีเวบ ดร.เยส เซฟลิงก์ไว้หน่อย เผื่อวันหน้าพิมพ์อีกhttp://dryes.webvena.com/